
กรุงเทพมหานคร— บริษัท ศิริราชวิทยวิจัย จำกัด (SIVITT) ดำเนินภารกิจในการนำนวัตกรรมดิจิทัลด้านสุขภาพสู่การปฏิบัติจริง โดยได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูงร่วมกับ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เพื่อสนับสนุนสิทธิ์การเข้าใช้งานระบบสารสนเทศการแพทย์ฉุกเฉิน (SAVER 2.0) ตลอดจนการเตรียมความพร้อมเพื่อบูรณาการความร่วมมือด้านงานวิจัยในระยะถัดไป


การจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ มี ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.อุดม คชินทร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศิริราชวิทยวิจัย จำกัด และ รศ.ดร. อุไร จเรประพาฬ รองอธิการบดีฝ่ายศูนย์การแพทย์และบริหารทรัพย์สิน มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นผู้ลงนาม โดยได้รับเกียรติจาก ศ.นพ.ประเสริฐ เอื้อวรากุล รองคณบดีฝ่ายวิจัย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และ ศ.ดร.พญ.อุไรวรรณ พานิช รองคณบดีฝ่ายนวัตกรรม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และ ผู้บริหารและบุคลากรจากทั้งสองหน่วยงานเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน
ความร่วมมือดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสนับสนุนสิทธิ์การเข้าใช้งาน ระบบสารสนเทศการแพทย์ฉุกเฉิน (SAVER) 2.0 ให้แก่โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งจะส่งเสริมประสิทธิภาพในการบริหารจัดการงานการแพทย์ฉุกเฉินผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่:
ความร่วมมือดังกล่าวเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าร่วม โครงการวิจัย เรื่อง “การใช้งานระบบสารสนเทศการแพทย์ฉุกเฉินนอกโรงพยาบาล (SAVER) ในหน่วยปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉินระดับสูง 10 หน่วยงาน พร้อมการพัฒนาต่อยอดโมดูลการดูแลผู้ป่วยช่วงการเดินทางเพื่อส่งต่อผู้ป่วยระหว่างหน่วยงาน” ในระยะต่อไป เมื่อได้รับอนุมัติงบประมาณสนับสนุนจากแหล่งทุนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์อุดม คชินทร ผู้แทนผู้ลงนามจาก บริษัท ศิริราชวิทยวิจัย จำกัด ได้กล่าวถึงเจตนารมณ์และความสำคัญของความร่วมมือในครั้งนี้ว่า:
“บทบาทสำคัญของบริษัท ศิริราชวิทยวิจัย จำกัด (SIVITT) คือเป็นสะพานเชื่อมและสื่อกลางในการกระจายองค์ความรู้ ผลงานวิจัย และนวัตกรรมทางการแพทย์จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ออกไปสู่สังคมไทยในวงกว้าง เพื่อให้มั่นใจว่าองค์ความรู้และเครื่องมือที่ได้รับการพัฒนาขึ้น จะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานจริงเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและระบบสาธารณสุขของประเทศได้อย่างแท้จริง การประสานความร่วมมือกับโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ในวันนี้ จึงนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการส่งมอบนวัตกรรมที่มีคุณค่านี้สู่การดูแลประชาชนในพื้นที่”
รองศาสตราจารย์ ดร.อุไร จเรประพาฬ รองอธิการบดีฝ่ายศูนย์การแพทย์และบริหารทรัพย์สิน มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ผู้ลงนามร่วม ได้กล่าวเน้นย้ำถึงทิศทางและประโยชน์ที่จะได้รับว่า:
“มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่ก่อตั้งและดำเนินภารกิจมาเป็นระยะเวลากว่า 30 ปี โดยมีความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ในการพัฒนาและขับเคลื่อนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทันต่อบริบทด้านสังคมและสาธารณสุขที่เปลี่ยนแปลงไป การนำนวัตกรรมระบบสารสนเทศการแพทย์ฉุกเฉิน SAVER 2.0 ซึ่งเป็นระบบที่ผ่านการทดสอบและใช้งานจริงอย่างมีประสิทธิภาพจากศิริราช เข้ามาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานการแพทย์ฉุกเฉินนอกโรงพยาบาลของศูนย์การแพทย์ฯ จึงนับเป็นโอกาสอันดียิ่งในการเพิ่มพูนศักยภาพและองค์ความรู้ ตลอดจนเสริมสร้างขีดความสามารถทางวิชาการและการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งตอบสนองต่อพันธกิจในการดูแลสุขภาพประชาชนและการขับเคลื่อนระบบการแพทย์ฉุกเฉินของมหาวิทยาลัยได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด”
“ศูนย์การแพทย์ฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการวิจัยด้านการแพทย์ฉุกเฉินนอกโรงพยาบาลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อร่วมสร้างสรรค์และรวบรวมชุดข้อมูลเชิงประจักษ์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาคุณภาพการบริการการแพทย์ฉุกเฉินนอกโรงพยาบาลของประเทศไทยในลำดับถัดไป”
การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง ศิริราชวิทยวิจัย และโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ในครั้งนี้ นับเป็นความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ในการผสานศักยภาพทางวิชาการ วิชาชีพชั้นสูง และนวัตกรรมเทคโนโลยี เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนและพัฒนามาตรฐานการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศไทยให้มีความก้าวหน้าและยั่งยืนต่อไป