ตรวจการนอนหลับที่บ้าน

สำหรับผู้ที่สงสัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA)

จากความเข้าใจในปัญหา ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea: OSA)

ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญในสังคมผู้สูงอายุ และเป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง รวมถึงภาวะความจำบกพร่อง
บริษัทฯ จึงได้ริเริ่ม โครงการความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับ เพื่อพัฒนาการให้บริการ ตรวจการนอนหลับที่บ้านด้วยอุปกรณ์ Sleep Test ระดับ 2 ซึ่งมีความน่าเชื่อถือและมาตรฐานใกล้เคียงกับการตรวจ Sleep Test ในโรงพยาบาล
การตรวจนี้ช่วยให้สามารถ วินิจฉัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้รวดเร็วขึ้น เปิดโอกาสให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาและแก้ไขปัญหาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น อันจะนำไปสู่
  • คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
  • การนอนหลับที่มีประสิทธิภาพ
  • ลดความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และภาวะสมองเสื่อม

ทำความรู้จักกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea: OSA)
เกิดจากทางเดินหายใจส่วนบนหย่อนตัวและตีบแคบลง จนบางครั้งอุดตัน ทำให้การหายใจติดขัดหรือหยุดหายใจเป็นช่วง ๆ

ปัจจุบัน ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หรือ OSA (Obstructive Sleep Apnea) พบได้ประมาณ 1 ใน 7 ของคนไทยหรือ เกือบประมาณ 5-10 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ปัญหาสำคัญคือการเข้าถึงการตรวจที่ยากลำบาก ต้องรอคิวนาน โดยเฉพาะผู้ป่วยในพื้นที่อำเภอ หรือห่างไกล ที่ต้องรอคิวตรวจนานและเดินทางไกลไปยังโรงพยาบาลขนาดใหญ่

อาการสำคัญ

  • กรนเสียงดัง
  • มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (หายใจสะดุด ติดขัด หรือต้องสะดุ้งตื่นกลางคืน)
  • นอนหลับไม่สนิท พักผ่อนไม่เพียงพอ
  • มีอาการง่วงตอนกลางวัน
  • ปากแห้งคอแห้งหลังตื่นนอน
  • หงุดหงิดง่าย อารมณ์ไม่ดี

ผลกระทบต่อสุขภาพ

  • ง่วงมากในเวลากลางวัน เพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ
  • คุณภาพชีวิตลดลง สมรรถภาพการทำงานแย่ลง ความจำถดถอย
  • รบกวนสมดุลร่างกาย
  •  เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ
  • ภาวะซึมเศร้าเรื้อรัง
  • การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

ใครคือกลุ่มเสี่ยงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ?

  • ผู้ที่เป็นโรคอ้วน ผู้ที่มีภาวะอ้วน หรือผู้ที่มีไขมันสะสมบริเวณคอมาก (เส้นรอบคอมากกว่า 40 ซม.) ทำให้ทางเดินหายใจแคบลง
  • อายุ พบในช่วงอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป
  • เพศ พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง
  • พันธุกรรม ผู้ที่มีประวัติครอบครัวมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับเสี่ยงต่อการเกิดโรคมากกว่าคนทั่วไป
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน
  • ผู้ที่สูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์

การตรวจวินิจฉัยและการรักษา

  • วินิจฉัยโดยการตรวจการนอนหลับ (Sleep test) โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
  • พิจารณาวิธีในการรักษารักษาแบบเฉพาะบุคคล (Individualized therapy หรือ Personalized therapy) เพื่อให้ได้แนวทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย

อุปกรณ์ Sleep Test Level 2 ตรวจวัดและบันทึกข้อมูลอะไรบ้าง?

ชุดอุปกรณ์จะบันทึกข้อมูล 9 ประเภท ได้แก่

  1. คลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG) ตรวจระยะของการนอนหลับ (หลับตื้น หลับลึก REM sleep) และจำแนกช่วงเวลาหลับหรือตื่น
  2. คลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) ตรวจภาวะการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ ในช่วงที่หยุดหายใจ
  3. ลมหายใจ (Airflow) ตรวจจำนวนครั้งและความยาวของการหยุดหายใจขณะหลับ
  4. การเคลื่อนไหวของทรวงอก ตรวจลักษณะการหายใจที่ผิดปกติ
  5. การเคลื่อนไหวของลูกตา ตรวจข้อมูลการเข้าสู่ระยะ REM Sleep ซึ่งสัมพันธ์กับความฝันและการทำงานของสมอง
  6. การเคลื่อนไหวของหน้าท้อง ตรวจลักษณะการหายใจที่ผิดปกติ (ดูร่วมกับการเคลื่อนไหวทรวงอก)
  7. การเคลื่อนไหวของขา ตรวจภาวะขาอยู่ไม่สุขขณะหลับ (PLMS)
  8. การขยับของกล้ามเนื้อคาง ตรวจการเปลี่ยนผ่านของระยะการนอน ช่วง REM และ Non-REM
  9. ระดับออกซิเจนจากปลายนิ้ว ตรวจการลดลงของออกซิเจนในเลือด ซึ่งสัมพันธ์กับการหยุดหายใจ
ข้อมูลที่ได้
จากการตรวจ
Level 1Level 2Level 3Level 4
ความลึกของการหลับได้ ได้
คลื่นไฟฟ้าหัวใจได้ได้ได้
อัตราการเต้นหัวใจได้ได้ได้ได้
การเคลื่อนไหวของขาได้ได้
ลมหายใจได้ได้ได้ได้
ระดับออกซิเจนในเลือดได้ได้ได้อาจได้ หรือ ไม่ได้
การเคลื่อนไหวของทรวงอก ได้ได้ได้
บันทึกเสียงขณะนอนได้
บันทึกภาพขณะนอนได้

ขั้นตอนการรับบริการตรวจการนอนหลับที่บ้าน (Home Sleep Test)

เพื่อให้การตรวจมีมาตรฐานและได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ บริการตรวจการนอนหลับที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้

  1. ทำแบบสอบถามเพื่อประเมินความเสี่ยงเบื้องต้น
    ผู้รับบริการกรอกข้อมูลสุขภาพและอาการที่เกี่ยวข้องกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  2. พบแพทย์เพื่อประเมินและวางแผนการตรวจ
    แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำการซักประวัติและตรวจร่างกายเบื้องต้น
  3. พบทีมนักตรวจการนอนหลับ (Sleep Technician)
    อธิบายขั้นตอนและสาธิตวิธีการติดอุปกรณ์ Home Sleep Test Level 2 อย่างถูกต้อง
  4. นัดหมายวันตรวจ
    เพื่อรับอุปกรณ์และเตรียมความพร้อมก่อนการตรวจ
  5. ติดอุปกรณ์ตามคำแนะนำ
    ผู้รับบริการติดอุปกรณ์และเข้านอนที่บ้านในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย
  6. ฟังผลการตรวจจากแพทย์
    หลังการวิเคราะห์ข้อมูล แพทย์จะอธิบายผลการตรวจ พร้อมแนะนำแนวทางการรักษาที่เหมาะสม

มีทีมงานและนักตรวจการนอนหลับให้คำแนะนำ เพื่อให้มั่นใจในการติดอุปกรณ์

คำถามที่พบบ่อย

#ตรวจการนอนหลับที่บ้าน #HomeSleepTest #OSA #ObstructiveSleepApnea #ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ